Top 5 เทรนด์เทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21

1. การบินโดยใช้ไฟฟ้า (Electric Aviation)


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น เราได้เห็นนวัตกรรมการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า อย่างเช่น Tesla ที่ได้มีการยอมรับทั่วโลก หากการบินจะเปลี่ยนมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าบ้าง จะเป็นไปได้หรือไม่? การเดินทางโดยเครื่องบินนั้น ทำให้เกิด 2.5% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ทั่วโลก การที่เปลี่ยนการบินมาเป็นการใช้ไฟฟ้านั้น วิจัยได้มีการรายงานออกมาว่าจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของพลังงานถึง 90% นอกจากนี้เครื่องจักรที่ใช้พลังงานไฟฟ้านั้นมีอายุการใช้งานที่นานกว่าอีกด้วย  อย่างไรก็ตามอุปสรรคที่พบปัจจุบัน คือ ระยะทางในการเดินทางโดยใช้ไฟฟ้า ซึ่งการบินไฟฟ้านั้นยังไม่สามารถที่จะบินทางไกลได้มากเท่าการบินที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิง ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถสนับสนุนการบินไฟฟ้าในระยะทางที่ไหลขึ้นได้นั้น จะถือเป็น major breakthrough  ย่อลิ้ง ของศตวรรษที่ 21 เลยทีเดียว

2. ปูนซีเมนต์ที่มีคาร์บอนต่ำ


ถ้าเปรียบเทียบปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่เกิดขึ้นจากการผลิตปูนซีเมนต์กับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ที่ปล่อยออกมาจากประเทศต่าง ๆ นั้น การผลิตปูนซีเมนต์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ตามมาจากประเทศจีน และสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว! การพัฒนานวัตกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ที่มีคาร์บอนต่ำนั้น จึงถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ และเป็นนวัตกรรมที่สำคัญมากในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 เพราะโลกของเรานั้นมีเทรนด์ในการสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบันนั้น มีการวิจัยนวัตกรรมการเพิ่ม bacteria เข้าไปในปูนซีเมนต์ เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลง เนื่องจาก bacteria สามารถช่วย absorb ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้ แต่อย่างไรก็ตามนวัตกรรมนี้ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อยอด เพื่อให้มีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น และเมื่อมีนวัตกรรมที่พัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การก่อสร้างจะมีความ eco-friendly ดีต่อโลกของเรามากขึ้น

3. Quantum Sensing


Quantum Sensing นั้น เป็นการใช้ quantum system เพื่อวัดและบ่งบอกถึง subatomic particles ได้อย่างแม่นยำ โดยนวัตกรรมนี้ จะสามารถช่วยทำให้มนุษย์สามารถตรวจจับสัญญาณแผ่นดินไหวได้รวดเร็วมากขึ้น และเตรียมรับมือได้มากขึ้น หรือจะเป็นการนำมาใช้ในการตรวจสอบสิ่งของใต้พื้นดินหรือพื้นน้ำ รตรวจสอบท่อต่าง ๆ ได้ดินได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้การก่อสร้างเกิดขึ้นได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามอุปสรรคที่พบปัจจุบันสำหรับนวัตกรรมนี้ คือ ขนาดของเครื่องมือที่มหญ่และซับซ้อน อีกทั้งยังต้องใช้ต้นทุนที่ค่อนข้างสูง  โดยนักวิเคราะห์ได้มีการคาดการไว้แล้วว่า ภายใน 3-5 ปีนี้ เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์และการป้องกันภัยอย่างแน่นอน

4. Green Hydrogen


ในปัจจุบัน process การผลิตก๊าซ hydrogen นั้น ยังไม่เป็น process ที่ zero-carbon 100% เนื่องจากยังมีการใช้ fossil fuels แต่นวัตกรรมใหม่ที่นำมาใช้ผลิต green hydrogen นั้น จะเป็น process ที่เกิดขึ้นจาก electrolysis ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้โมเลกุลของน้ำถูกแตกออกเป็น hydrogen และ oxygen โดยไม่มี by product อื่น ๆ เช่น carbondioxide อย่างที่เป็นอยู่  นักวิเคราะห์ได้มีการคาดการว่า อีกภายใน 10 ปีข้างหน้านั้น จะมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มาช่วยลดต้นทุนการผลิต green hydrogen และเมื่อเป็นไปได้แล้วนั้น green hydrogen จะเป็นนวัตกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และเข้ามาเป็นพลังงานสำคัญในอุตสาหกรรม และการคมนาคมที่อาจจะไม่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าทดแทนได้  Energy Transitions Commission ได้มีการยืนยันว่า green hydrogen เป็น 1 ใน 4 เทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในการช่วยให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายของ Paris Agreement ในการลดจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลงได้มากกว่า 10 gigatonnes

5. Whole-Genome Synthesis


Whole-Genome Synthesis หรือการแก้ไขยีนส์ จะมีประโยชน์อย่างมากในเชิง การแพทย์ อุตสาหกรรมการเกษตร และ ปศุสัตว์ โดยในทางการแพทย์นั้น อาจช่วยให้เราสามารถรักษาและป้องกันโรคทางพันธุกรรม ส่วนในทางการเษตรนั้น จะช่วยส่งเสริมให้สามารถ engineer พืชให้ทนทานต่อเชื้อโรคได้ แต่อย่างไรก็ตาม อุปสรรคของการพัฒนานวัตกรรมนี้นั้น คือ risks ของการนำไปใช้ในทางที่ผิด ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาขึ้นแล้ว จะต้องมีการ regulate ให้ดี เพื่อป้องกันผลกระทบที่ไม่คาดคิดของนวัตกรรมนี้ให้ได้ 10 เทคโนโลยีนี้ มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกของเราในศตวรรษที่ 21 เป็นอย่างมาก นักธุรกิจและผู้บริหารทุกคนจึงต้องเตรียมความพร้อมรับมือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามา และสร้างโอกาสจากเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดผลประกอบการ และ impact มากที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *